การตั้งใจเลิกทำ Chemsex แล้วกลับไปทำซ้ำ อาจทำให้เกิดความรู้สึกผิด ผิดหวัง หรือเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมถึงหยุดไม่ได้” ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นได้ เพราะการเลิกพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดและปัญหาสุขภาพจิต ไม่ได้อาศัยเพียงความตั้งใจเท่านั้น

เบื้องหลังการกลับไปทำซ้ำ มักมีวงจรที่เชื่อมโยงทั้งการทำงานของสมอง อารมณ์ ความเครียด และประสบการณ์เดิม เมื่อเข้าใจว่าวงจรนี้ทำงานอย่างไร เราจะมองเห็นต้นเหตุของปัญหาได้ชัดขึ้น และรู้ว่าการขอความช่วยเหลือหรือการบำบัด จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

วงจรในสมองที่กระตุ้นให้กลับไปทำ Chemsex 

พฤติกรรม Chemsex อาจไม่ได้เกิดจากความตั้งใจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบประสาทในสมองหลายระบบทำงานพร้อมกัน เช่น ระบบการให้รางวัล การเรียนรู้จากประสบการณ์เดิม หรือความต้องการหลีกหนีอารมณ์ด้านลบ เป็นต้น การโทษตัวเองและพยายามห้ามใจเพียงอย่างเดียวจึงไม่ช่วยให้หยุดพฤติกรรมได้ อาจทำให้เกิดความเครียดมากกว่าเดิมและเลือกหลีกเลี่ยงการรักษาอีกด้วย ดังนั้น การยอมรับและเริ่มทำความเข้าใจจะช่วยได้มากกว่า โดยวงจรที่ทำให้เลิกพฤติกรรมได้ยากแบ่งออกได้เป็น 4 ช่วง ดังนี้

1. ตัวกระตุ้น (Trigger)

  ตัวกระตุ้นความอยากมีหลายรูปแบบ อาจเป็นสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อความเครียด บางคนเครียดจากงาน ทะเลาะกับคนรัก อาจรู้สึกเหงาและไม่มีคุณค่า หรือบางคนที่เคยทำมาแล้วอาจได้รับข้อความเชิญชวนจากคนที่เคยทำด้วยกัน สิ่งเหล่านี้สร้างสถานการณ์เดิม ความรู้สึกเดิม และจำกัดกรอบมุมมองเรื่องวิธีคลายเครียดแบบเดิม จุดเริ่มต้นของวงจรจึงเริ่มจากการเจอสิ่งกระตุ้นนั่นเอง

2. ความอยาก (Craving)

เมื่อสมองจดจำความรู้สึกที่ได้รับจากพฤติกรรมแล้ว จะทำให้เกิดความอยากมากขึ้น และมองหาโอกาสในการทำพฤติกรรมครั้งต่อไป หลายคนอาจรู้สึกว่าเริ่มทำไปแล้วครั้งเดียวคงไม่เป็นไร แต่เพียงครั้งแรกครั้งเดียวสมองก็สร้างความเชื่อมโยงความสุขที่ได้รับกับสิ่งเร้าต่าง ๆ ไปแล้ว เช่น ตัวยาที่ใช้ สถานที่เฉพาะ หรือคู่นอนที่อยากพบกันอีกบ่อย ๆ เมื่อเจอสิ่งเร้ากระตุ้นจึงเกิดความอยากขึ้นมาทันที

3. ความสุขและผ่อนคลาย (Relieve)

หลังจากทำ Chemsex ตัวยาจะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทโดปามีนในระดับสูงกว่าปกติหลายเท่า จึงทำให้รู้สึกสุขและผ่อนคลายอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เมื่อความทุกข์ในใจที่แท้จริงยังไม่ได้รับการเยียวยา เมื่อทำซ้ำ ๆ สมองจะเริ่มเกิดอาการดื้อยา ทำให้ยาปริมาณเท่าเดิมได้ผลน้อยลง จึงต้องเพิ่มปริมาณหรือกลับไปทำซ้ำบ่อยขึ้น ส่งผลให้สมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและการควบคุมพฤติกรรมทำงานได้ลดลง

4. รู้สึกผิด (Shame)

เมื่อผ่านช่วงที่รู้สึกมีความสุขมากจนสุดโต่ง สิ่งที่ตามมาภายหลังคือความละอาย ความรู้สึกผิด และสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง ประเด็นสำคัญคือความรู้สึกผิดมักกลายเป็นสิ่งกระตุ้น (Trigger) ให้กลับไปทำใหม่อีกครั้ง เป็นการหลีกหนีความรู้สึกด้านลบที่รบกวนจิตใจ จนกลายเป็นวงจรที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต การพยายามเลิกเพียงอย่างเดียวจึงทำได้ยาก ต้องอาศัยกระบวนการที่ช่วยเยียวยาแผลในใจอย่างตรงจุด

แนวทางการปรับพฤติกรรมที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้

วิธีเลิก Chemsex อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมผ่านจิตบำบัด และอยู่ภายใต้การดูแลของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดจะทำให้ค้นหาตัวกระตุ้นที่แท้จริงไปพร้อมกับการเยียวยาสุขภาพจิตไปด้วย ทั้งนี้ ยังมีวิธีปรับความคิดและพฤติกรรมที่เริ่มต้นด้วยตัวเองก่อนได้เช่นกัน หากทำตามแนวทางเหล่านี้ควบคู่กับกระบวนการบำบัดโดยนักจิตวิทยา จะช่วยเสริมให้กระบวนการบำบัดเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น

1. สังเกตตัวกระตุ้นของตัวเอง จดบันทึกว่าก่อนกลับไปทำ Chemsex ซ้ำเจออะไรมา รู้สึกอย่างไร อยู่กับใครที่ไหนบ้าง

2. สร้างแผนรับมือ เช่น โทรหาเพื่อนที่ไว้ใจได้ เปลี่ยนกิจกรรม ออกจากสถานที่เดิม ๆ หรือออกกำลังกายเพื่อเปลี่ยนโฟกัส เป็นต้น

3. ลดการตัดสินตัวเอง ไม่กล่าวโทษตัวเองมากเกินไป ไม่มองว่าเป็นความล้มเหลว แต่มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นใหม่

4. ขอความช่วยเหลือให้เร็วขึ้น รีบปรึกษานักจิตวิทยาโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรงก่อน แล้วค่อยขอความช่วยเหลือ

บทสรุป

ทุกครั้งที่กลับไปทำ Chemsex ซ้ำ วงจรเดิมอาจกลับมาอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้เราเห็นสิ่งที่เคยมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความรู้สึกที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา หรือสถานการณ์บางอย่างที่คอยผลักให้กลับไปใช้วิธีเดิมในการรับมือ

เมื่อมองเห็นต้นตอของปัญหาได้ชัดขึ้น การเปลี่ยนแปลงก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยการฝืนใจเพียงอย่างเดียว นักจิตวิทยาของ Happy Me Clinic พร้อมร่วมสำรวจวงจรเหล่านี้ไปกับคุณ เพื่อหาวิธีรับมือที่เหมาะสม และช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเข้าใจตัวเองมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

1. การกลับไปทำพฤติกรรม Chemsex ซ้ำ แปลว่าการทำจิตบำบัดล้มเหลวหรือไม่

ไม่เสมอไป การกลับไปทำซ้ำอาจเป็นสัญญาณว่ายังมีตัวกระตุ้นหรือปัญหาบางอย่างที่ไม่ได้รับการดูแล การพูดคุยกับนักจิตวิทยาจะช่วยค้นหาสาเหตุและปรับแนวทางการบำบัดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

2. กระบวนการจิตบำบัดช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม รวมถึงเสริมสร้างทักษะรับมือกับความอยากและจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

3. การปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว เพียงพอต่อการเลิกพฤติกรรมเสี่ยงหรือไม่

อาจไม่เพียงพอในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมนั้นเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิตหรือความเครียดที่สะสมมานาน การดูแลทั้งพฤติกรรมและสาเหตุทางอารมณ์ควบคู่กัน จะช่วยให้ผลลัพธ์ยั่งยืนมากกว่า

แหล่งอ้างอิง

[1] Frontiers. The complex social, cultural and psychological drivers of the ‘Chemsex’ experiences of men who have sex with men: a systematic review and conceptual thematic synthesis of qualitative studies (2025). เข้าถึง 22 มิถุนายน 2026

[2] NIH. Mental Health and Drug Use Patterns Among Men Who Have Sex with Men (MSM) Engaging in Chemsex in the UK (2025). เข้าถึง 22 มิถุนายน 2026

[3] MDPI. Chemsex as a Diagnostic Challenge: Toward Recognition in ICD-12 and Integrated Treatment Approaches—A Narrative Review (2025). เข้าถึง 22 มิถุนายน 2026