Skip to main content

Happy Me Clinic

Home / Mental Health Therapy Services / Stress and Burnout Therapy

Stress and Burnout Therapy

บำบัดความเครียด หมดไฟ จากการทำงาน

เหนื่อยตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรมากขึ้น แต่ใจกลับล้า เหมือนพลังหายไปเรื่อย ๆ
หลายคนไม่ได้รู้สึก “เศร้า” แต่รู้สึกชา เบื่อ หมดแรง และตื่นมาโดยไม่อยากเริ่มวันใหม่

บางคนทำงานเก่งเหมือนเดิม แต่ต้องใช้พลังใจมากขึ้นทุกวัน นอนไม่หลับ คิดงานไม่หยุด หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีพื้นที่พักจริง ๆ ภาวะเครียดสะสมและ Burnout ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายและจิตใจกำลังทำงานหนักเกินขีดจำกัด

เราเชื่อว่าความเหนื่อยของคุณมีเหตุผล และสามารถดูแลได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ต้องฝืน และไม่ต้องโทษตัวเอง

สัญญาณที่พบบ่อยของความเครียดสะสมและ Burnout

  • รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา แม้จะได้นอนหรือหยุดพัก
  • นอนไม่หลับ หลับยาก หรือตื่นกลางดึกเพราะความคิดเรื่องงาน
  • หมดแรงจูงใจ เบื่อสิ่งที่เคยชอบ
  • รู้สึกเฉยชา ไม่อินกับงานหรือชีวิต
  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
  • สมาธิลดลง คิดช้า หรือทำงานพลาดบ่อย
  • รู้สึกผิดเวลาพัก หรือรู้สึกว่าต้องทำงานตลอดเวลา
  • เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราผิดพลาดตรงไหน”

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบใจและร่างกายต้องการการดูแล

เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มปรึกษานักจิตวิทยา

หากคุณเริ่มรู้สึกว่า

  • ความเครียดกระทบการนอน สุขภาพ หรือความสัมพันธ์
  • การพักผ่อนไม่ช่วยให้ดีขึ้นเหมือนเดิม
  • งานเริ่มกินพื้นที่ชีวิตทั้งหมด
  • ใจรู้สึกหนัก แม้ในวันที่ไม่มีปัญหาอะไร

การพูดคุยกับนักจิตวิทยาไม่จำเป็นต้องรอให้ “พัง” ก่อน การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถช่วยให้คุณ เข้าใจขอบเขตของตัวเอง และฟื้นพลังได้อย่างปลอดภัย

แนวทางการบำบัดความเครียดสะสมหรือภาวะหมดไฟที่เราใช้

1. รับฟังอย่างเข้าใจโดยไม่ตัดสิน
เพื่อเข้าใจบริบทงาน ชีวิต และแรงกดดันที่คุณเผชิญอยู่จริง
2. ประเมินรูปแบบความเครียดและการพักผ่อน
ดูทั้งอารมณ์ ความคิด พฤติกรรม และจังหวะชีวิต
3. วางแผนการดูแลเฉพาะบุคคล
เพราะ Burnout ของแต่ละคนไม่ได้มีสาเหตุเหมือนกัน กระบวนการจึงทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่ง ไม่ฝืน และเคารพขีดจำกัดของร่างกาย
4. ปรับแนวทางตามการเปลี่ยนแปลงจริง
เพื่อให้การฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์ที่หลายคนค่อย ๆ สัมผัสได้จากการบำบัด

ความตึงเครียดลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ความตึงเครียดลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

คุณอาจยังเครียด แต่ไม่ตื่นตระหนกง่าย ไม่สะสมจนแน่นอก หรือระเบิดใส่ตัวเองเงียบ ๆ แม้ปัญหาในงานหรือความเครียดอาจยังอยู่ แต่ “ใจไม่จมเท่าเดิม”

เริ่มแยกได้ว่า อะไรคือหน้าที่ และอะไรคือภาระเกินตัว

เริ่มแยกได้ว่า อะไรคือหน้าที่ และอะไรคือภาระเกินตัว

การบำบัดช่วยให้หลายคนเริ่มเห็นชัดว่า อะไรควรรับผิดชอบ และอะไรที่แบกเกินความจำเป็น ไม่ใช่เพื่อทำให้งานน้อยลง แต่เพื่อไม่ทำร้ายตัวเองผ่านงานอีกต่อไป

เข้าใจขอบเขตของตัวเองมากขึ้น

เข้าใจขอบเขตของตัวเองมากขึ้น

หลายคนใช้ชีวิตเหมือน “ฝืนตลอดเวลา” แต่เมื่อเข้าใจขอบเขตของตัวเองมากขึ้น การใช้พลังในแต่ละวันจะสมดุลขึ้น

การนอนหลับง่ายขึ้น

การนอนหลับง่ายขึ้น

การบำบัดช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายมากขึ้น ความคิดก่อนนอนลดลง หลายคนเริ่มหลับได้เร็วขึ้น หรือกลับไปหลับต่อได้ง่ายกว่าเดิม

สมดุลชีวิตเริ่มกลับมา

สมดุลชีวิตเริ่มกลับมา

การตัดสินใจเรื่องงานและชีวิตได้ชัดขึ้น งานยังสำคัญ แต่ไม่ต้องแลกด้วยสุขภาพใจทั้งหมด

แนวทางการบำบัดที่เราใช้

Cognitive Behavioral Therapy (CBT)
ช่วยให้เข้าใจรูปแบบความคิดที่ทำให้เครียดสะสม เช่น ความคาดหวังต่อตัวเองสูงเกินไป หรือการรู้สึกผิดเมื่อต้องพัก CBT ช่วยให้คุณปรับความคิดอย่างเป็นจริง และลดแรงกดดันที่กดทับตัวเองโดยไม่รู้ตัว
Acceptance and Commitment Therapy (ACT)
ช่วยให้คุณเรียนรู้การอยู่กับความรู้สึกเหนื่อย ความกังวล โดยไม่ต้องผลักไสหรือฝืนตัวเอง พร้อมค้นหาทิศทางชีวิตและคุณค่าที่สำคัญ เพื่อใช้พลังกับสิ่งที่มีความหมายจริง ๆ
Stress Management & Emotional Regulation
ช่วยฝึกการรับรู้สัญญาณความเครียดของร่างกาย เรียนรู้วิธีผ่อนคลายที่เหมาะกับคุณ และปรับระบบประสาทให้กลับสู่ภาวะสมดุล
Burnout Recovery–focused Therapy
เน้นการฟื้นฟูพลังใจ การจัดขอบเขตชีวิต และการสร้างสมดุลระหว่างงาน การพัก และตัวตนของคุณ นักบำบัดจะดูแลอย่างอ่อนโยน ไม่เร่งให้ “ต้องหาย” แต่ช่วยให้คุณค่อย ๆ กลับมายืนได้มั่นคงขึ้น

การดูแลความเครียดและ Burnout ไม่ได้มุ่งให้คุณ “กลับไปทำงานให้หนักเหมือนเดิม” แต่ช่วยให้คุณใช้ชีวิตและทำงานโดยไม่ทำร้ายตัวเอง

Our Therapists

ทีมนักจิตวิทยาและนักบำบัด

Happy Me Clinic มีทีมนักจิตวิทยาและนักบำบัดที่มีใบประกอบวิชาชีพ
พร้อมดูแลผู้ที่เผชิญความเครียดจากการทำงาน ชีวิต และความคาดหวังรอบตัว

  • เคารพความเป็นส่วนตัวและความลับ
  • ให้พื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์
  • เลือกนักบำบัดให้เหมาะกับคุณได้
  • ให้บริการทั้ง ที่คลินิก (ลาดพร้าว, ปุณณวิถี) และ ออนไลน์

คุณไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องผ่านช่วงนี้เพียงลำพัง

ทำไมลูกค้าถึงเลือก Happy Me Clinic

  • ทีม นักจิตบำบัดและนักจิตวิทยาเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต
  • ประสบการณ์ดูแลผู้มีภาวะทางสุขภาพจิตโดยตรง
  • บรรยากาศปลอดภัย เป็นส่วนตัว ไม่กดดัน
  • มีทั้งบริการ ออนไลน์ และที่คลินิก (กรุงเทพ)
  • เรามองคุณเป็น “คน” ไม่ใช่ “ปัญหา”

คุณสามารถเข้ารับการบำบัดได้ที่คลินิกทุกสาขาในกรุงเทพใกล้คุณ เรามีทั้ง ลาดพร้าว และ ปุณณวิถี ทั้งสองสาขาออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และไม่กดดัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราพร้อมดูแลคุณในรูปแบบที่คุณรู้สึกปลอดภัยที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาโรคซึมเศร้า (FAQ)

Burnout ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือภาวะที่ร่างกายและจิตใจใช้พลังเกินขีดจำกัดมาเป็นเวลานาน หลายคนยังทำงานได้ตามปกติ แต่ต้องฝืน ใช้แรงใจมาก และรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา ความขี้เกียจมักหายได้เมื่อได้พัก แต่ Burnout มักไม่ดีขึ้น แม้จะหยุดหรือได้วันหยุดแล้วก็ตาม
เพราะ Burnout ไม่ใช่แค่ “ความล้า” แต่เป็นความเหนื่อยสะสมของระบบประสาทและอารมณ์ การนอนหรือหยุดงานช่วยได้บางส่วน แต่หากต้นเหตุยังอยู่ เช่น ความกดดัน ความคาดหวัง หรือรูปแบบการใช้ชีวิต ร่างกายจะยังคงอยู่ในโหมดตึงเครียด การบำบัดช่วยให้เข้าใจว่าอะไรทำให้คุณล้า และฟื้นพลังในแบบที่เหมาะกับคุณจริง ๆ
Burnout ไม่ใช่โรคทางจิต แต่หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลต่ออารมณ์ การนอน และสุขภาพใจโดยรวม บางคนเริ่มรู้สึกหมดหวัง เฉยชา หรือหมดความหมายในชีวิต ซึ่งการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะต้น สามารถช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามได้
ไม่จำเป็นเสมอไป หลายคนกลัวว่าการยอมรับว่า Burnout แปลว่าต้องเปลี่ยนงานหรือเริ่มใหม่ทั้งหมด ในการบำบัด นักจิตวิทยาจะช่วยคุณสำรวจว่า อะไรในงานที่ทำให้คุณล้าอะไรที่ยังมีความหมาย และมีทางเลือกใดบ้างที่ไม่ทำร้ายตัวเอง เป้าหมายไม่ใช่การตัดสินใจแทนคุณ แต่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชัดเจนขึ้
การดูแล Burnout มักเริ่มจากการบำบัดทางจิตใจเพื่อช่วยฟื้นพลัง ปรับสมดุลชีวิต และดูแลความเครียดสะสมในบางกรณี หากมีอาการนอนไม่หลับหรืออารมณ์ถดถอยมากนักจิตวิทยาอาจแนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์เพิ่มเติม โดยขึ้นอยู่กับความสมัครใจและความเหมาะสมของแต่ละคน
ได้ และเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมาก หลายคนเริ่มบำบัดในช่วงที่ยังทำงานเต็มเวลา เพื่อเรียนรู้การดูแลตัวเองควบคู่ไปกับชีวิตจริง การบำบัดไม่จำเป็นต้องรอให้หยุดงานก่อน และสามารถปรับให้เข้ากับตารางของคุณได้
คุณไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยตัวเองการเข้ามาพูดคุยครั้งแรก มีเป้าหมายเพื่อ “ทำความเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ” ไม่ใช่เพื่อแปะป้ายว่าคุณเป็นอะไร หลายคนรู้สึกโล่งขึ้นมาก แค่ได้มีพื้นที่พูดถึงความเหนื่อยโดยไม่ถูกตัดสิน

Articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่ามีนิสัยชอบเก็บตัวเสมอไป ชวนเช็กความรู้สึกเบื้องหลังการแยกตัวออกจากสังคม คุณกำลังเติมพลัง ปกป้องตัวเอง หรือกำลังหลีกหนีอะไรในใจ
ควรพูดหรือทำอย่างไรดีเมื่อเพื่อนเป็นซึมเศร้า วิธีสื่อความหวังดีให้เพื่อนรับรู้ โดยมีข้อควรหลีกเลี่ยงที่อาจนึกไม่ถึง และเมื่อไรที่ควรชวนเพื่อนไปพบนักจิตวิทยา
การทำความเข้าใจว่าตัวเองเบื่องานหรือหมดไฟ สำคัญกว่าที่คุณคิด เพราะอาการที่ต่างกันมีวิธีรับมือที่ต่างกันด้วย สิ่งสำคัญคือการดูแลใจโดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการแย่ลง
เมื่อคิดเรื่องงานไม่หยุด ทำให้เครียดกับงานจนนอนไม่หลับ วิธีแก้ไขไม่ใช่พยายามหยุดคิด แต่เป็นการทำความเข้าใจความคิดของตัวเอง แล้วผ่อนคลายสมองด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพจิต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save