หากใครสักคนกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ แต่ไม่สามารถออกจากความสัมพันธ์นั้นได้ อาจเป็นเพราะเขาหรือเธอคนนั้นอยู่กับ Narcissist ที่สร้างวงจร Trauma Bonding ทำให้เกิดเป็นวงจรที่เหยื่อไม่สามารถออกจากความสัมพันธ์ได้นั่นเอง และเมื่อนานวันเข้าก็อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาวได้ ลองมาทำความเข้าใจต่อว่าวงจรดังกล่าวคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และหากคุณสงสัยว่าคุณกำลังตกอยู่ในสถานะที่ติดกับดักนี้ จะมีวิธีใดบ้างที่ช่วยให้หลุดออกมาได้

Trauma Bonding คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

Trauma Bonding คือรูปแบบความผูกพันอย่างหนึ่ง โดยมักจะเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่มีทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ร้ายสลับกันไป ช่วงที่ดีคือช่วงที่มีการดูแลเอาใจใส่ ให้ความรักอย่างมาก แต่ในช่วงที่ร้ายอาจเกิดการทำร้าย พยายามควบคุมอีกฝ่าย ไปจนถึงการลดคุณค่าของอีกฝ่ายได้ ทำให้เกิดเป็นวงจรที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายสลับกันไป แต่ตัดไม่ได้เพราะมีลักษณะยึดติดทางอารมณ์ไปแล้ว โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้

1. การให้รางวัลอย่างไม่สม่ำเสมอ

การอยู่ในความสัมพันธ์มีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่แย่เกิดขึ้นเป็นปกติ แต่ความสัมพันธ์แบบ Trauma Bonding นั้นเรื่องที่ดีและเรื่องที่แย่มักจะต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยเฉพาะเรื่องที่แย่มักเป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่สลับกับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทำให้สมองของเหยื่อเสพติดช่วงเวลาดี ๆ เหมือนเป็นรางวัลอย่างหนึ่งที่ร่างกายและจิตใจยึดติดไว้ ทำให้ไม่กล้าตัดขาดกับ Narcissist ที่เป็นผู้กระทำ

2. รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ดี แต่ตัดใจไม่ได้

แม้จะรู้สึกเจ็บปวดเพราะถูกทำร้าย มองเห็นข้อเสียของอีกฝ่ายมากขนาดไหน แต่เหยื่อก็ไม่อยากไปจากผู้กระทำ หรืออาจเป็นการรัก ๆ เลิก ๆ ที่ไม่ว่าจะตัดสินใจเลิกไปกี่ครั้งก็ยังกลับไปคบต่อ เนื่องจากกลไกของ Trauma Bonding ทำให้เหยื่อรู้สึกมีความหวัง ยึดติดกับภาพจำที่ดี หวังว่าอีกฝ่ายจะกลายเป็นคนที่ดีอย่างสม่ำเสมอในสักวันหนึ่ง

3. ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือความเชื่อมั่นในตัวเองลดลง

Narcissist มักทำให้เหยื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอจนต้องพึ่งพาเขาเท่านั้น อาจเป็นการวิจารณ์ให้รู้สึกแย่ แล้วตบท้ายด้วยการบอกว่ามีแต่เขาเท่านั้นที่รับได้ ยิ่งเหยื่อยึดติดภาพจำในช่วงเวลาดี ๆ ไว้ ยิ่งมีข้ออ้างเพื่อปกป้องพฤติกรรมที่ไม่ดีของผู้กระทำ เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกว่าต้องอยู่กับอีกฝ่ายเพราะไม่สามารถไปไหนได้อีกแล้ว

5 วิธีตัดวงจร Trauma Bonding แบบไม่ฝืนตัวเอง

การตัดความสัมพันธ์กับคนที่คุณรักอาจเป็นเรื่องยากเกินไป แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคือ Narcissist ก็ตาม ทั้งนี้ เราสามารถออกจากวงจร Trauma Bonding แบบไม่ต้องฝืนตัวเองได้ โดยค่อย ๆ เริ่มดูแลตัวเองให้มากขึ้นดังนี้

1. เริ่มจากการกลับมาอยู่ข้างตัวเองอีกครั้ง

แทนที่จะพยายามตัดเขาออกทันที ลองเริ่มจากการเพิ่มสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน การทำสิ่งที่ชอบ หรือการดูแลร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ ทำให้คุณเห็นว่าชีวิตของคุณยังมีพื้นที่ที่ปลอดภัย และคุณเองก็มีคุณค่าในแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาใคร

2. ค่อย ๆ มองความสัมพันธ์ให้ชัดขึ้นโดยไม่หลอกตัวเอง

เมื่อใจเริ่มนิ่งขึ้นเล็กน้อย ลองให้เวลากับตัวเองทบทวนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์นี้หากผ่านไปในระยะยาวจะให้ความรู้สึกแบบไหน เป็นความสบายใจจริง ๆ หรือเป็นเพียงช่วงเวลาดี ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เพราะในความสัมพันธ์แบบ Trauma Bonding ช่วงเวลาดี ๆ มักทำหน้าที่เหมือน “รางวัล” ที่ทำให้เรายังอยากอยู่ต่อ

3. ยอมรับความจริงในจังหวะที่ใจพร้อม

คุณไม่จำเป็นต้องรีบเข้าใจทุกอย่างในทันที การยอมรับความจริงไม่ใช่เรื่องที่ต้องฝืนทำให้ได้ แต่จะค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่ดีต่อจิตใจคุณจริง ๆ และอะไรคือสิ่งที่กำลังทำร้ายคุณอยู่

4. เริ่มตั้งขอบเขตโดยไม่ต้องตัดขาดทันที

เมื่อคุณเริ่มเข้มแข็งขึ้น ลองลดการติดต่อหรือจำกัดพื้นที่ความสัมพันธ์ลงทีละนิด การถอยออกมาแบบค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้ใจปรับตัวได้ดีกว่าการตัดขาดแบบฉับพลัน และลดโอกาสที่คุณจะย้อนกลับไปในวงจรเดิม

5. อยู่ใกล้คนที่ทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่า

การได้ใช้เวลากับคนที่รับฟังคุณจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัว จะช่วยสะท้อนให้คุณเห็นอีกมุมหนึ่งของตัวเอง โดยเฉพาะมุมที่ไม่ได้ถูกลดคุณค่า และค่อย ๆ ทำให้คุณเชื่อมต่อกับตัวเองได้อีกครั้ง

บทสรุป

Trauma Bonding เป็นวงจรที่ทั้งมองเห็นได้ยากและออกมาได้ยาก แต่ก็ไม่ยากเกินไปหากคุณมีใครสักคนช่วยชี้ให้เห็นภาพความสัมพันธ์ที่มีปัญหาให้ชัดเจนมากขึ้น หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้คุณตัดวงจรนั้นได้คือการนักจิตวิทยานั่นเอง Happy Me Clinic มีนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมรับฟังปัญหาของคุณ ช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ให้ทั้งความรู้และวิธีการดูแลตัวเอง เราพร้อมอยู่เคียงข้างจนถึงวันที่คุณพร้อมออกจากความสัมพันธ์ได้ด้วยตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

1. ความรักแบบ Trauma Bonding ต่างจากความรักที่ดีอย่างไร

ความรักที่ดีจะตัดสินใจจากการทำดีเป็นครั้งคราวไม่ได้ ต้องสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองให้ดี หากรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย สบายใจ และเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แปลว่าคุณกำลังมีความรักที่ดี

แต่ถ้าคุณรู้สึกกังวล รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ กลัวอีกฝ่ายไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา แต่ตัดขาดไม่ได้ นั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณติดอยู่ในวงจรความรักที่เป็นพิษ

2. อะไรที่ทำให้ตกอยู่ในภาวะ Trauma Bonding ได้ง่าย

ความทรงจำในวัยเด็กมีผลมากต่อรูปแบบความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่ หากคุณรู้สึกว่าตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยได้รับความสนใจ หรืออยู่ในครอบครัวที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อาจทำให้โตมายึดติดกับความสัมพันธ์ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไปด้วย

3. เมื่อออกจากวงจรความสัมพันธ์ที่เป็นพิษได้แล้ว ควรทำอย่างไรต่อไป

ในช่วงแรก ๆ ที่ตัดขาดจาก Trauma Bonding อาจทำให้รู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไปบ้าง พยายามเติมเต็มช่องว่างนั้นด้วยการโฟกัสวิธีทำสิ่งดี ๆ ให้ตัวเองมากขึ้น พาตัวเองไปอยู่กับคนที่ดีหรือสถานที่ที่มีพลังงานดี ๆ ใช้เวลากับตัวเองให้เต็มที่ด้วยการทำสิ่งที่ชอบหรือเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ก็จะทำให้เห็นมุมมองใหม่ที่ดีต่อตัวเองมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

[1] Healthline. How to Recognize and Break a Trauma Bond (2025). เข้าถึง 21 เมษายน 2026

[2] Verywell Mind. Understanding Trauma Bonding (2025). เข้าถึง 21 เมษายน 2026

[3] Cleveland Clinic. Here’s What Trauma Bonding Really Is and How To Recognize the Signs (2025). เข้าถึง 21 เมษายน 2026