Skip to main content

Happy Me Clinic

Home / Mental Health Therapy Services / Trauma & PTSD Therapy

Trauma & PTSD Therapy

บริการบำบัดภาวะบาดแผลทางใจ

หลายคนใช้ชีวิตอยู่กับ “บาดแผลทางใจ” มานาน ทั้งที่เหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว แต่ร่างกายและจิตใจกลับยังรู้สึกเหมือนมันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

ภาวะ PTSD และ Trauma ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอแต่คือระบบประสาทของคุณกำลังพยายามปกป้องตัวเองจากสิ่งที่เคยกระทบใจอย่างรุนแรงที่ Happy Me Clinic เราดูแลการบำบัดบาดแผลทางใจอย่างระมัดระวัง ปลอดภัย และเคารพจังหวะของคุณไม่บังคับให้เล่า ไม่เร่งให้พร้อม และไม่ตัดสินสิ่งที่คุณเคยเผชิญ

บริการของเราเหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ เช่น

  • เหตุการณ์รุนแรง อุบัติเหตุ การสูญเสีย
  • ความสัมพันธ์ที่ทำร้ายจิตใจ
  • ประสบการณ์ในวัยเด็กที่ฝังลึก
  • อาการ PTSD จากเหตุการณ์สะเทือนใจ
  • Trauma ที่ส่งผลต่ออารมณ์ ความสัมพันธ์ และชีวิตประจำวัน
ค้นหานักบำบัด

สัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับ PTSD หรือบาดแผลทางใจ

  • มีภาพ เหตุการณ์ หรือความทรงจำผุดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
  • ฝันร้าย หรือสะดุ้งตื่นบ่อย
  • รู้สึกตื่นตัว ระวังตัวตลอดเวลา เหมือน “ผ่อนคลายไม่ลง”
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ คน หรือสถานการณ์ที่ทำให้นึกถึงอดีต
  • อารมณ์แปรปรวน โกรธง่าย วิตกกังวล หรือชาต่อความรู้สึก
  • รู้สึกแยกตัวจากคนรอบข้าง ไม่อยากเข้าใกล้ใคร
  • ร่างกายมีอาการ เช่น ใจสั่น แน่นอก เหนื่อยง่าย โดยไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มปรึกษานักจิตวิทยา

หากอาการเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานแล้ว และเริ่มกระทบกับชีวิต การทำงาน หรือความสัมพันธ์

การพูดคุยกับนักจิตวิทยาที่เข้าใจเรื่อง Trauma
อาจเป็นก้าวแรกที่ช่วยให้ระบบใจของคุณค่อย ๆ กลับมารู้สึกปลอดภัยอีกครั้ง

คุณไม่จำเป็นต้อง “เข้มแข็งให้ได้ก่อน”
การขอความช่วยเหลือคือการดูแลสุขภาพใจ เช่นเดียวกับการรักษาโรคทางกาย

แนวทางการดูแลภาวะ PTSD และบาดแผลทางใจของเรา

1. สร้างความปลอดภัยก่อนเริ่มการบำบัด
การบำบัด Trauma เริ่มจากความรู้สึกปลอดภัย นักจิตวิทยาจะไม่เร่ง ไม่บังคับเล่า และเคารพขอบเขตของคุณเป็นอันดับแรก
2. ทำความเข้าใจผลกระทบของ Trauma
ช่วยให้คุณเข้าใจว่าอาการต่าง ๆ เกิดจากระบบประสาท ไม่ใช่ความอ่อนแอของตัวเอง
3. เลือกแนวทางบำบัดที่เหมาะกับคุณ
นักบำบัดจะเลือกเทคนิคที่เหมาะกับระดับความพร้อม ไม่ใช้วิธีที่กระตุ้นบาดแผลซ้ำ
4. ค่อย ๆ ฟื้นความมั่นคงในชีวิต
ช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง เชื่อมโยงกับปัจจุบัน และรู้สึกควบคุมชีวิตได้มากขึ้น

ผลลัพธ์ที่หลายคนค่อย ๆ สัมผัสได้จากการบำบัดบาดแผลทางใจ

รู้สึกปลอดภัยกับตัวเองมากขึ้น

รู้สึกปลอดภัยกับตัวเองมากขึ้น

ระบบประสาทค่อย ๆ สงบลง ลดอาการตื่นตัวเกินเหตุ และไม่ต้องระแวงตลอดเวลา

ความทรงจำรุนแรงกระทบใจน้อยลง

ความทรงจำรุนแรงกระทบใจน้อยลง

ความทรงจำยังอยู่ แต่ไม่เจ็บปวดเหมือนเดิม ไม่ดึงอารมณ์กลับไปซ้ำซาก

อารมณ์นิ่งขึ้น ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น

อารมณ์นิ่งขึ้น ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น

ลดอารมณ์แปรปรวน ความโกรธ ความกลัว และอาการหลุดจากสถานการณ์

ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น

ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น

กล้าใกล้ชิด เปิดใจ และสื่อสารความรู้สึกได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

แนวทางการบำบัดที่เราใช้

Trauma-Focused Cognitive Behavioral Therapy (TF-CBT)
ช่วยประมวลผลความทรงจำที่กระทบใจอย่างปลอดภัย ลดอาการ flashback และความกลัว
EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing)
เทคนิคเฉพาะทางที่ช่วยให้สมองประมวลเหตุการณ์ในอดีตใหม่ ลดความรุนแรงของอารมณ์
Somatic-based Therapy
ทำงานร่วมกับร่างกาย เพื่อช่วยปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสมจาก Trauma
Trauma-informed Therapy
ดูแลทุกขั้นตอนโดยยึดความปลอดภัย ความไว้วางใจ และการควบคุมของผู้รับการบำบัดเป็นหลัก

การบำบัด PTSD และ Trauma ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะเพราะการเร่งหรือใช้เทคนิคไม่เหมาะสม อาจกระตุ้นบาดแผลซ้ำได้ นักจิตวิทยาของ Happy Me Clinic จะเลือกวิธีการอย่างระมัดระวัง ตามความพร้อมของคุณ

Our Therapists

ทีมนักจิตวิทยาด้าน Trauma & PTSD

ทีมของ Happy Me Clinic มีนักจิตวิทยาที่ผ่านการอบรมด้าน Trauma โดยเฉพาะ เข้าใจกลไก PTSD และการทำงานของระบบประสาทอย่างลึกซึ้ง คุณสามารถเลือกนักบำบัดที่คุณรู้สึกปลอดภัย เพราะความสัมพันธ์ระหว่างนักบำบัดกับผู้รับการดูแล คือหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูบาดแผลทางใจ

ทำไมลูกค้าถึงเลือก Happy Me Clinic

  • ทีม นักจิตบำบัดและนักจิตวิทยาเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต
  • ประสบการณ์ดูแลผู้มีภาวะทางสุขภาพจิตโดยตรง
  • บรรยากาศปลอดภัย เป็นส่วนตัว ไม่กดดัน
  • มีทั้งบริการ ออนไลน์ และที่คลินิก (กรุงเทพ)
  • เรามองคุณเป็น “คน” ไม่ใช่ “ปัญหา”

คุณสามารถเข้ารับการบำบัดได้ที่คลินิกทุกสาขาในกรุงเทพใกล้คุณ เรามีทั้ง ลาดพร้าว และ ปุณณวิถี ทั้งสองสาขาออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และไม่กดดัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราพร้อมดูแลคุณในรูปแบบที่คุณรู้สึกปลอดภัยที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาโรคซึมเศร้า (FAQ)

PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือภาวะที่จิตใจและระบบประสาทยังตอบสนองต่อเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีต แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านไปแล้ว แต่ร่างกายและความรู้สึกยังคง “จดจำ” ความกลัวและความไม่ปลอดภัยไว้ อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอ แต่เป็นกลไกการป้องกันตัวเองของสมองที่ยังทำงานต่อเนื่อง
ไม่จำเป็นเสมอไป Trauma อาจเกิดจากเหตุการณ์ที่กระทบใจอย่างลึกซึ้ง แม้คนรอบตัวจะมองว่า “ไม่ร้ายแรง” เช่น ความสัมพันธ์ที่ทำร้ายจิตใจ การถูกละเลยซ้ำ ๆ ในวัยเด็ก การสูญเสียอย่างกะทันหัน เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นต้น สิ่งสำคัญไม่ใช่ “เหตุการณ์หนักแค่ไหน”แต่คือ มันส่งผลต่อจิตใจของคุณอย่างไร
สามารถดีขึ้นได้อย่างมากด้วยการบำบัดที่เหมาะสม โดยเฉพาะการดูแลแบบ trauma-informed ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัยและความพร้อมของผู้รับการบำบัดเป็นหลัก หลายคนค่อย ๆ รู้สึกสงบขึ้น นอนหลับดีขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงมากขึ้นเมื่อได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่าง และไม่จำเป็นต้องเล่าทันที นักจิตวิทยาจะเคารพขอบเขตของคุณอย่างเคร่งครัด คุณสามารถเลือกได้ว่าจะพูดแค่ไหน เมื่อไหร่ และในจังหวะใด การบำบัด Trauma ที่ดีจะไม่ทำให้คุณต้องเจ็บซ้ำ แต่ช่วยให้คุณรู้สึกปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก
ได้แน่นอน คุณไม่จำเป็นต้องมีการวินิจฉัยมาก่อนจึงจะมาพบนักจิตวิทยาได้ หากคุณรู้สึกว่าประสบการณ์ในอดีตยังส่งผลต่ออารมณ์ ความสัมพันธ์ หรือการใช้ชีวิตในปัจจุบัน การพูดคุยกับนักจิตวิทยาสามารถช่วยประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสมได้
ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับลักษณะของบาดแผล ระดับความปลอดภัย และความพร้อมของจิตใจ นักจิตวิทยาจะประเมินและปรับแผนการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่มีกรอบเวลาตายตัว และไม่มีการเร่งให้คุณต้อง “หายเร็ว”
ในบางกรณีสามารถทำได้ โดยนักจิตวิทยาจะประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับการบำบัด หากอาการอยู่ในระดับที่เหมาะสม การบำบัดออนไลน์สามารถช่วยได้เช่นเดียวกับการเข้าพบที่คลินิก
ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับตามจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด นักจิตวิทยาจะไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ เพื่อให้คุณสามารถพูดคุยได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ
คุณไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ ไม่ต้องรู้คำศัพท์ ไม่ต้องเรียบเรียงเรื่องราวให้สมบูรณ์ เพียงแค่มาในแบบที่คุณเป็น นักจิตวิทยาจะช่วยพาคุณคุยไปทีละขั้นในจังหวะที่คุณสบายใจ

Articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

Quiet Quitting และ Burnout อาจดูคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน มาเรียนรู้ความแตกต่างและวิธีสังเกต เพื่อหาวิธีดูแลใจตัวเองเมื่อรู้สึกห่างเหินหรือหมดไฟจากการทำงาน
Burnout เกิดได้กับมนุษย์วัยทำงานทุกคน และหลายครั้งคนเก่งกลับเสี่ยงต่อการหมดไฟในการทำงานมากกว่า มาเข้าใจสาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีรับมืออย่างอ่อนโยน
เมื่อเปลี่ยนคน Toxic ไม่ได้ และยังต้องอยู่ร่วมกัน จึงต้องสังเกตสัญญาณความรู้สึกที่เกิดขึ้น และรับมือด้วยเทคนิคทางจิตวิทยาเพื่อปกป้องจิตใจตัวเอง
หมดไฟกับการทำงานอาจไม่ใช่แค่อาการเบื่อ แต่เป็นสัญญาณที่เตือนว่าระบบชีวิตไม่สมดุล คนที่รักงานก็เบื่องานได้ ลองสำรวจดูว่าอะไรทำให้หมดพลัง และหมั่นเติมพลังให้ตัวเอง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save