ในช่วงเริ่มต้นทำงาน ทุกคนมักทำงานด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท มีความตั้งใจที่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับรู้สึกไม่อยากทำงาน ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังหมด Passion ในการทำงาน หรือแค่เบื่อและอยากพักผ่อนเท่านั้น ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้แม้กับคนที่รักงานของตัวเอง บางครั้งเราอาจไม่ได้เกลียดงานของเรา แต่หมดพลังและไร้แรงบันดาลใจที่จะใส่ใจงาน ทำให้ไม่แน่ใจว่าความรักที่มีต่องานนั้นลดลง หรืออาจเป็นสัญญาณของอะไรที่มากกว่านั้น อย่างเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิต และจะมีวิธีที่ช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้นได้หรือไม่
“หมดไฟ” กับ “เบื่องาน” คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน
เมื่อมีอาการหมด Passion ในการทำงาน ต้องเข้าใจก่อนว่าการหมด Passion กับอาการหมดไฟอาจคล้ายกันแต่ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะ Passion คือความชอบหรือความหลงใหลในสิ่งที่ทำ แต่ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกชอบนั้นจะคงอยู่เสมอไป
เช่นเดียวกับการทำงาน ที่วัฒนธรรมยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการทำงานตาม Passion เมื่อวันหนึ่งรู้สึกเบื่องาน ไม่อยากทำงาน ก็เลยกดดันตัวเองที่ไม่อินกับงานเหมือนเดิม จึงต้องแยกระหว่างความเบื่อกับอาการหมดไฟออกจากกัน เพราะวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกัน
1. เหนื่อยแต่ยังมีพลังให้ชีวิตด้านอื่นอยู่หรือไม่
เมื่อเบื่องานแต่ยังมีพลังที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากงาน แสดงว่าปัญหาคืองานที่ซ้ำซาก จำเจ ขาดความท้าทาย ทำให้รู้สึกว่าทำงานไปวัน ๆ ด้วยความเฉื่อยชา แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศหรือหากิจกรรมใหม่ ๆ ทำในวันหยุด
แต่ถ้าเป็นอาการหมดไฟ จะไม่ใช่แค่ความรู้สึกไม่อยากทำงาน แต่เป็นอาการเหนื่อยล้าสะสม ไม่เหลือพลังสำหรับการทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากงาน เกิดจากความเครียดสูงและเรื้อรัง ทำให้หมดแรง แม้พักผ่อนแล้วก็ยังไม่หายเหนื่อย
2. ความรู้สึกเมื่อกำลังพักผ่อนต่างกัน
เมื่อกำลังพักผ่อน คนที่เบื่องานจะให้ความสนใจกับสิ่งที่ทำอยู่อย่างเต็มที่ เพราะเป็นโอกาสที่ได้หลีกหนีจากงานบ้าง เมื่อกลับไปทำงานก็ยังทำได้โดยไม่กระทบชีวิตด้านอื่น
แตกต่างจากอาการหมดไฟที่ถึงแม้พักผ่อนแล้วก็ยังหยุดคิดเรื่องงานไม่ได้ บางคนรู้สึกผิดที่กำลังพักอยู่ เพราะกำลังคิดว่าตัวเองไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนความเหนื่อยทางกายอาจดีขึ้นบ้างเมื่อได้พักผ่อน แต่ความเหนื่อยทางใจไม่หายไปง่าย ๆ จนกระทบต่อชีวิตด้านอื่นไปด้วย
3. ระดับของสิ่งกระตุ้นความเครียดต่างกัน
หลายครั้งความรู้สึกเบื่องานเกิดจากความคิดว่างานของตัวเองไม่สำคัญ ไม่มีความหมาย ทำให้ขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน อาจมีความเครียดที่ต้องไปทำงานบ้าง แต่เมื่ออยู่นอกเวลางานยังหาวิธีคลายเครียดด้วยการโฟกัสสิ่งอื่นได้
ในขณะที่ภาวะหมดไฟเกิดจากสิ่งกระตุ้นความเครียดที่มีมากเกินไป ใช้พลังกายพลังใจไปกับการทำงานจนหมดเกลี้ยง อาจเป็นเพราะปริมาณงานล้นมือหรือมีมาตรฐานที่สร้างความกดดันบางอย่าง ทำให้มองงานในแง่ลบมากขึ้น
มากกว่าการหมด Passion ในการทำงาน คือสมดุลชีวิตที่ไม่พอดี
การทำงานไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญต่อการใช้ชีวิต หากความเครียดจากการทำงานกระทบต่อชีวิตด้านอื่น ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าการหมด Passion ในการทำงานไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ อีกต่อไป เพราะคนเรามีขีดจำกัดของพลังชีวิต หากใช้พลังกายและพลังใจแบบฝืนตัวเองมากเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตมากกว่าที่คิด
ก่อนอื่นต้องเริ่มจากหยุดตัดสินตัวเองว่ากำลังขี้เกียจหรือล้มเหลว แต่ให้หาเวลาทบทวนว่างานที่ทำส่งผลต่อชีวิตอย่างไรบ้าง กำลังเหนื่อยล้าแบบเรื้อรังอยู่หรือเปล่า และถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องให้เวลาตัวเองพักผ่อนอย่างสบายใจ
1. งานที่ทำยังมีความหมายอยู่หรือไม่
ลองมองดูเส้นทางของงานที่ทำอยู่ในระยะยาว มองแล้วรู้สึกว่างานที่ทำมีความหมายอย่างไรต่อตัวเองบ้าง บางคนอาจรู้สึกว่างานที่ตัวเองทำไม่มีความหมายอะไร ทำแล้วจะมีคุณค่าต่อใคร หรือยังไม่รู้ว่าจะวางเป้าหมายของชีวิตอย่างไรในระยะยาว ถ้ายังไม่มีแผนเปลี่ยนงานแต่ไม่อยากทำงานในเวลาแบบนี้ อาจใช้วิธีแก้ไขเบื้องต้นดังนี้
- ลองมองหาเป้าหมายใหม่ ๆ อาจเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อสร้างความรู้สึกท้าทายในแต่ละวัน
- มองหาแง่มุมใหม่ ๆ ในงานที่ทำอยู่ หรือลองหาดูว่านอกเวลางานมีอะไรที่ช่วยให้พักผ่อนจิตใจได้ดีบ้างหรือไม่
- มองหาโอกาสเกี่ยวกับทางเลือกใหม่ให้กับตัวเอง
2. คิดถึงการลาออกบ่อยแค่ไหน
การหยอกล้อกับเพื่อนร่วมงานเรื่องลาออกอาจมีบ้าง แต่เมื่อหาอะไรทำแก้อาการเบื่องานอาจไม่มีความคิดลาออกอยู่ในหัวแล้ว แต่ถ้าคิดถึงการลาออกบ่อย ๆ จินตนาการถึงการหนีออกสถานการณ์ที่เป็นอยู่ซ้ำ ๆ หรือเริ่มกังวลเรื่องสุขภาพจิตของตัวเอง อาจไม่ใช่แค่การหมด Passion ในการทำงาน อาจหมายถึงร่างกายและจิตใจต้องการเวลาพักผ่อนอย่างจริงจัง
3. ชีวิตนอกจากงานได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง
ชีวิตนอกวงจรของงานไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว ครอบครัว งานอดิเรก การเงิน สุขภาพกาย และสุขภาพจิต เมื่อมองโดยรวมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกว่ากำลังใช้พลังทั้งหมดของตัวเองทุ่มไปที่งานอย่างเดียวหรือไม่ ถ้ารู้ตัวว่าช่วงนี้หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ นอนไม่หลับ เฉยชากับสิ่งที่เคยชอบ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องกลับมาดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
บทสรุป
สัญญาณเกี่ยวกับความรู้สึกเบื่องาน ไม่อยากทำงาน หรือหมด Passion ในการทำงาน เป็นสิ่งที่ควรนำมาทบทวนตัวเองว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตในขณะนี้บ้าง อย่าด่วนสรุปว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานนี้หรือควรลาออกให้เร็วที่สุด บางครั้งอาจเป็นเพราะร่างกายต้องการพักผ่อน เมื่อได้พักผ่อนแล้วก็จะมีพลังกลับมาทำงานเหมือนเดิม
แต่ถ้าพักแล้วไม่หาย หรือรู้สึกผิดเมื่อพักผ่อน อาจขอคำปรึกษากับนักจิตวิทยาได้ที่ Happy Me Clinic เราพร้อมช่วยให้คุณเข้าใจภาวะที่กำลังเผชิญอยู่ เพื่อฟื้นฟูพลังใจให้พร้อมกลับไปทำงานที่รักได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
1. จะแยกแยะระหว่างอาการหมดไฟกับความขี้เกียจได้อย่างไร
ต่างกันที่ความรู้สึกและสภาพร่างกาย ความขี้เกียจคืออยากพักผ่อนไปทำสิ่งที่ชอบ แต่อาการหมดไฟทำให้พักแล้วรู้สึกผิด
2. เมื่อเบื่องานแต่ยังลาออกไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
เริ่มจากลดความกดดันที่ควบคุมได้ เช่น จัดลำดับงาน ตั้งขอบเขตเวลาทำงาน และหาเวลาพักให้เพียงพอ หากอาการไม่ดีขึ้นแม้ได้พัก หรือเริ่มกระทบสุขภาพกายและสุขภาพจิต ควรทบทวนสาเหตุที่แท้จริงก่อนตัดสินใจลาออก
3. หากรู้สึกหมด Passion แปลว่าสุขภาพจิตกำลังแย่หรือไม่
ไม่ได้แปลว่าสุขภาพจิตกำลังแย่เสมอไป อาจเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต มีความเหนื่อยล้า หรือขาดเป้าหมายใหม่ ๆ แต่ถ้าปล่อยให้สะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตได้เช่นกัน
แหล่งอ้างอิง
[1] CDC. Module 2 – What burnout is and is not (2023). เข้าถึง 2 มิถุนายน 2026
[2] NLM. Examining the evidence base for burnout (2023). เข้าถึง 2 มิถุนายน 2026
[3] Mayo Clinic. Job burnout: How to spot it and take action (2023). เข้าถึง 2 มิถุนายน 2026