ความรู้สึกเศร้า หรือวิตกกังวล เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเผชิญในบางช่วงของชีวิต อย่างไรก็ตาม หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรบกวนชีวิตประจำวัน อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังเผชิญกับโรคซึมเศร้าหรือโรคแพนิค ซึ่งมีความแตกต่างกัน แต่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพใจได้เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าโรคซึมเศร้า และโรคแพนิคคืออะไร
โรคซึมเศร้าคืออะไร
โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นภาวะที่มีผลต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของบุคคล ผู้ป่วยจะรู้สึกเศร้าหรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบไป รวมถึงมีอาการอื่น ๆ เช่น
⦁ รู้สึกสิ้นหวัง หรือรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ รวมถึงสิ่งที่ไม่ได้ทำด้วย
⦁ นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
⦁ เบื่ออาหารหรือน้ำหนักลดลง หรือบางรายอาจกินมากขึ้น
⦁ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า
⦁ มีความคิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง หรืออยากจบชีวิต
ซึ่งอาการของโรคซึมเศร้ามักเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน และมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแบบเรื้อรังอย่างชัดเจน
โรคแพนิคคืออะไร
โรคแพนิค (Panic Disorder) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและอารมณ์ ทำให้เกิดอาการตื่นตระหนกอย่างฉับพลัน (Panic Attack) แต่ไม่มีสาเหตุที่เจาะจงชัดเจน ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการดังต่อไปนี้
⦁ หัวใจเต้นเร็วและแรง รู้สึกเหมือนหัวใจจะวาย
⦁ หายใจไม่อิ่ม หรือรู้สึกเหมือนขาดอากาศ
⦁ เหงื่อออก ตัวสั่น หรือรู้สึกหนาวสลับร้อน
⦁ วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
⦁ รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย หรือควบคุมตัวเองไม่ได้
อาการแพนิคมักเกิดขึ้นแบบกะทันหัน และอาจเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนทำให้ผู้ป่วยเกิดความกังวล และกลัวว่าจะกระทบกับชีวิตประจำวันไปด้วย
ความแตกต่างของโรคซึมเศร้า และโรคแพนิคคืออะไร
แม้ว่าโรคซึมเศร้าและโรคแพนิคจะเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึก แต่ลักษณะของอาการและสาเหตุจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน
โรคซึมเศร้า เป็นภาวะที่ค่อย ๆ พัฒนาและส่งผลกระทบระยะยาวต่ออารมณ์และพฤติกรรมของผู้ป่วย
คนที่มีภาวะซึมเศร้ามักรู้สึกหดหู่ เศร้า หรือหมดกำลังใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นนานหลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือน อาการของโรคยังรวมถึงความรู้สึกไร้ค่า เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หรือแม้แต่การคิดอยากจบชีวิต และความรู้สึกเหล่านี้จะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เป็นภาวะที่ค่อย ๆ สะสม และมักส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม
โรคแพนิค เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับอาการตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างฉับพลัน
โรคแพนิคจะเกิดอาการโดยไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งสังเกตตัวเองได้จากการที่หัวใจเต้นเร็ว รู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจ วิงเวียน หรือกลัวว่าตัวเองกำลังจะเสียชีวิต ในขณะที่กำลังเผชิญหน้าสถานการณ์บางอย่าง เช่น ที่มืด ที่แคบ ที่สูง ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรง แต่มักจะบรรเทาลงในไม่กี่นาทีหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย หรืออาจมีบางรายที่ใช้เวลาเป็นชั่วโมง อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมักจะเกิดความเครียดสะสมตามมา เพราะกลัวว่าจะมีอาการเกิดขึ้นอีกได้
ในบางกรณีทั้ง 2 โรคก็มีโอกาสอาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ดังนั้นการเข้าใจความแตกต่างของโรคจะช่วยให้สามารถสังเกตอาการ และดูแลสุขภาพจิตของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
การสังเกตเบื้องต้นว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือโรคแพนิค
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการที่อาจเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือโรคแพนิค สามารถใช้วิธีสังเกตเบื้องต้นดังนี้
⦁ หากรู้สึกเศร้า ท้อแท้ หมดกำลังใจ และอาการดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเข้าข่ายโรคซึมเศร้า
⦁ หากเกิดอาการตื่นตระหนกแบบไม่มีสาเหตุ ชีพจรเต้นเร็ว เหงื่อออก รู้สึกเหมือนจะเป็นลม และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจเป็นโรคแพนิค
⦁ หากรู้สึกทั้ง 2 แบบ คือ มีอารมณ์ซึมเศร้าต่อเนื่องและมีอาการตื่นตระหนกเป็นช่วง ๆ ควรให้ความสนใจกับสุขภาพจิตของตนเองอย่างจริงจัง เพราะมีความเสี่ยงสูงว่าจะเป็นทั้ง 2 โรคร่วมกัน
โรคซึมเศร้าและโรคแพนิคเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยมากขึ้น ผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจมีอาการของโรคเหล่านี้ ควรหมั่นสังเกตตัวเอง หาวิธีผ่อนคลาย และดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะการเข้าใจโรคได้ถูกต้อง จะช่วยให้เราดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น
HAPPY ME CLINIC เข้าใจดีว่าการใช้ชีวิตในปัจจุบันเต็มไปด้วยเรื่องยาก และมีหลายอย่างเข้ามาบั่นทอนจิตใจ หากมีอาการโรคซึมเศร้า หรือโรคแพนิคที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตอย่างจริงจัง สามารถเข้ามาปรึกษาและรับการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่ใส่ใจทุกปัญหา ด้วยค่าบริการไม่แพง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
1. โรคซึมเศร้ากับโรคแพนิคสามารถเกิดพร้อมกันได้ไหม?
ได้ ในบางกรณีผู้ป่วยอาจมีทั้งอารมณ์ซึมเศร้าต่อเนื่อง และมีอาการ Panic Attack เป็นระยะ ๆ ร่วมกัน ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น และควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนดูแลที่เหมาะสม
2. ถ้ามีอาการใจสั่น หายใจไม่อิ่ม หรือเหมือนจะเป็นลมทุกครั้งที่เครียด แปลว่าเป็นโรคแพนิคหรือเปล่า?
ไม่เสมอไป เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากความเครียด ภาวะวิตกกังวล หรือปัญหาสุขภาพร่างกายบางอย่างได้เช่นกัน หากอาการเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน
3. ควรสังเกตตัวเองอย่างไรว่าอาการที่เป็นอยู่เริ่มเกินกว่าความเศร้าหรือความกังวลทั่วไป?
หากความรู้สึกเศร้า หมดหวัง วิตกกังวล หรืออาการตื่นตระหนกเริ่มเกิดบ่อยขึ้น ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และส่งผลต่อการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณว่าควรได้รับการประเมินด้านสุขภาพจิตอย่างจริงจัง
แหล่งอ้างอิง
[1] The National Institute of Mental Health. Depression (2024). เข้าถึง 26 พฤษภาคม 2026
[2] Mayo Clinic. Depression (major depressive disorder) (2026). เข้าถึง 26 พฤษภาคม 2026
[3] NHS. Panic disorder (2026). เข้าถึง 26 พฤษภาคม 2026